CMA CGM Ad
Forwarders

Mr. Edwin Pinto กับโซลูชั่นด้านสิ่งแวดล้อมจาก DHL Global Forwarding

Mr. Edwin Pinto กับโซลูชั่นด้านสิ่งแวดล้อมจาก DHL Global Forwarding
Saranya Apichaipaisan

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกเป็นประเด็นที่ขบคิดของคนส่วนใหญ่มาเป็นเวลานาน แต่บ่อยครั้งเรากลับคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว และไม่น่าจะส่งผลกระทบในอนาคตอันใกล้ แต่อันที่จริงปัญหาดังกล่าวอาจเริ่มส่งผลกระทบต่อเราแล้ว หากเราสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ก็จะพบว่าถึงเวลาที่เราควรลงมือทำอะไรสักอย่าง

ในฐานะบริษัทที่มีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่ระดับโลก การดำเนินงานของ DHL จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ขับเคลื่อนให้ DHL ริเริ่มวางแนวทางที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ หลังจากการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนดำเนินงานและกระบวนการทางความคิดแล้ว DHL ไม่เพียงแค่ปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนให้พันธมิตรทางธุรกิจและลูกค้าเข้าร่วมในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นกัน นิตยสาร LM ฉบับนี้ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ Mr. Edwin Pinto หัวหน้าฝ่ายขาย บริษัท DHL Global Forwarding (ประเทศไทย) เกี่ยวกับเป้าหมายและโซลูชั่นเพื่อสิ่งแวดล้อมรูปแบบใหม่ของ DHL Global Forwarding

Kickstarting Change

แผนงานเพื่อพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อม (GoGreen) ของ DHL เริ่มดำเนินการในปี 2007 และมีเป้าหมายเพื่อให้ความสำคัญและสนับสนุนพันธสัญญาขององค์กรในด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก “DHL ตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลือกผู้ให้บริการที่ดีที่สุด เป็นตัวเลือกการลงทุนที่ดีที่สุด และเป็น ตัวเลือกผู้ว่าจ้างที่ดีที่สุด โดยสิ่งสำคัญยิ่งคือ เราปรารถนาที่จะให้ทั่วโลกรู้จักเราในฐานะองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ทั้งหมด” Mr. Pinto กล่าว “แผนงานเพื่อพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อม (GoGreen) มีบทบาท สำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจดำเนินงานในทุกขั้นตอน หากเราต้องตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของเรา ซึ่งมีการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นองค์ประกอบสำคัญ เราก็จะไม่เดินหน้าต่อในแผนงานเหล่านั้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานมานี้ เราเพิ่งนำรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้ามาใช้แทนรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันในการขับเคลื่อนในประเทศเยอรมนี แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าเดิม แต่เมื่อมองถึงการใช้งานระยะยาว สิ่งนี้จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมมาก กว่าอีกด้วย”

สำหรับแผนงานเพื่อพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อม (GoGreen) ในระยะแรกจะเน้นในด้านการบริหารจัดการภายในองค์กรของ DHL และการบรรลุเป้าหมายสูงสุดด้านความโปร่งใสในการดำเนินงาน บริษัทฯ ได้วัดผลกระทบและกำหนดค่าพื้นฐานสำหรับเป้าหมายในอนาคตไว้แล้ว ดังที่ Mr. Pinto ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า “สิ่งแรกที่เราลงมือทำเมื่อริเริ่มแผนงานเพื่อพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อม (GoGreen) คือ การมองสำรวจภายในองค์กรของเราก่อน เราวัดผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินงานของบริษัท และกำหนดค่าพื้นฐานของปี 2007 ซึ่งช่วยให้เราสามารถตั้งเป้าหมายได้อย่างเป็นขั้นตอน ทั้งนี้ เป้าหมายของเราคือ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน (carbon footprint) จากการดำเนินงานของเราลง 30 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2020 อย่างไรก็ตาม ในปี 2013 ที่ผ่านมา เราสามารถบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ถึง 18 เปอร์เซ็นต์แล้ว”

เพื่อการวัดค่าต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราต้องอาศัยปัจจัยสำคัญคือ ความโปร่งใส Mr. Pinto ได้ขยายความเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า “จากการที่ทำให้การดำเนินงานมีความความโปร่งใสมากขึ้น ทำให้เรามีความระมัดระวังในการดำเนินงานด้านซัพพลายเชนและคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมามากขึ้นด้วย จากนั้นเราก็จะกำหนดสิ่งที่ต้องนำมาปรับปรุง และหาทางลดผลกระทบที่เกิดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอน ดั่งคำคมกล่าวไว้ว่า ‘สิ่งใดก็ตามที่ไม่สามารถวัดค่าได้ ก็จะไม่สามารถพัฒนาได้’ ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงกระบวนการซัพพลายเชนให้มีความโปร่งใสก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงเริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง”

นอกจากนี้ผลกระทบจากการดำเนินงานของพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้รับเหมาช่วง และลูกค้าของ DHL ยังต้องถูกนำมาคำนวณด้วย เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อการวัดค่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของ DHL เช่นกัน ซึ่ง Mr. Pinto อธิบายว่า “ธุรกิจของเราต้องอาศัยการดำเนินงานร่วมกับสายการบิน สายการเดินเรือ บริษัทรถขนส่งสินค้า และบริษัทอื่นๆ อีกมากมายที่ DHL ไม่ได้เป็นเจ้าของ เราจึงต้องวัดค่าผลกระทบของบริษัทเหล่านั้นด้วย และรวมพวกเขาเข้ามาไว้ในค่าพื้นฐานที่กำหนด เราไม่เพียงแค่ระดมความร่วมมือจากพนักงานของ DHL เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้รับเหมาช่วงด้วย ดังนั้น ทุกคนจึงตระหนักถึงเป้าหมายและความสำคัญของการรักษาสภาพแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา เราสนับสนุนให้ลูกค้า ผู้รับเหมาช่วง และทุกๆ คนที่ปฏิบัติงานร่วมกับ DHL ให้มีความระมัดระวังและตรวจสอบผลกระทบที่เกิดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในซัพพลายเชน” การดำเนินโครงการของ DHL ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ว่าผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้ย้อนกลับมาที่องค์กรเพียงอย่างเดียว แต่จะส่งผลสะท้อนกลับไปเป็นวงกว้างทั่วทั้งอุตสาหกรรม

Green Solutions

ขณะนี้ DHL กำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จกับโซลูชั่นที่มีความโปร่งใสและยั่งยืนมากขึ้น ผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม (GoGreen) มากมายได้รับการเปิดตัวในหลาย ประเทศทั่วโลก เนื่องจาก DHL มุ่งมั่นที่จะขยายแผนงานเพื่อพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อม (GoGreen) ให้ครอบคลุมทั่วโลก ล่าสุดนี้จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

ความโปร่งใสในการดำเนินงานเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม DHL จึงพร้อมมอบบริการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างละเอียดเพื่อช่วยให้ลูกค้ารับทราบและตระหนักถึงผลกระทบจากการดำเนินงาน ทั้งนี้ รายงานปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นการวัดค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อลูกค้าใช้บริการจาก DHL อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งที่ลูกค้าใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่นนอกเหนือจาก DHL ด้วยเหตุนี้ DHL จึงมอบบริการ Carbon Dashboard ซึ่งเป็นรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานทุกอย่างภายในซัพพลายเชนที่ไม่ใช่เฉพาะจาก DHL เพียงแห่งเดียว นอกจากนี้รายงานปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และรายงาน Carbon Dashboard ยังแบ่งข้อมูลออกเป็นหลายระดับตามความต้องการของลูกค้า เช่น ระดับพื้นฐานและระดับสูง

“โซลูชั่นต่างๆ เช่น รายงานปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ Carbon Dashboard เริ่มทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นเนื่องจากการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดต่างๆ ทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่น ประเทศฝรั่งเศสกำหนดให้แต่ละองค์กรรายงานผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและวางแผนกลยุทธ์เพื่อลดอัตราการปล่อยก๊าซดังกล่าวภายในระยะเวลาสามปี ทั้งนี้ รายงานและข้อมูลต่างๆ ของ DHL ล้วนมีคุณภาพสูง ได้รับการวิจัยมาเป็นอย่างดี และผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังใช้ยื่นต่อผู้ตรวจสอบบัญชีได้อีกด้วย” Mr. Pinto กล่าว

นอกจากนี้ DHL ยังพร้อมเสนอบริการ carbon offset ให้กับลูกค้า เนื่องจากบริษัทฯ ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนผ่านการรณรงค์และทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความสมดุลทางการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (carbon neutral) เฉกเช่นเดียวกับการมอบบริการจำหน่าย carbon credit ให้กับลูกค้าเพื่อทดแทนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เช่นกัน

สิ่งที่น่าประทับใจมากที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์ GoGreen ต่างๆ ของ DHL คือ ความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับลูกค้าในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวด-ล้อมในซัพพลายเชน Mr. Pinto อธิบายว่า “เราสามารถปฏิบัติงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อลดผลกระทบของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อสิ่งแวดล้อม และยังร่วมมือกันเพื่อหาวิธีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้มากที่สุดด้วยการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนบางอย่าง เช่น การเลือกใช้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าหรือเส้นทางที่แตกต่างจากเดิม เป็นต้น โซลูชั่นเหล่านี้จึงมอบผลประโยชน์ให้กับลูกค้านอกเหนือไปจากการปกป้อง สิ่งแวดล้อม เช่น การประหยัดต้นทุนและการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ดียิ่งขึ้น” อย่างไรก็ตาม สินค้าเพียงชนิดเดียวคงไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทั้งหมด DHL จึงทำงานร่วมกับลูกค้าแต่ละรายเพื่อสร้างความเข้าใจในธุรกิจของลูกค้า รวมถึงความต้องการและลำดับความสำคัญ

DHL มีความภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้นำบริการโซลูชั่นเพื่อสิ่งแวดล้อม (GoGreen) มาเปิดตลาดในประเทศไทย และบริษัทฯ ก็คาดหวังว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่นี่เช่นกัน Mr. Pinto กล่าวทิ้งท้ายว่า “เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ DHL มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะแนะนำลูกค้าทุกท่านให้รู้จักกับโซลูชั่นเพื่อสิ่งแวดล้อม (GoGreen) และผมก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะรอดูว่าผลตอบรับจะออกมาในทิศทางใด อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาหกเดือนที่ผ่านมาที่ผมได้ทำหน้าที่ในประเทศไทยและร่วมงานกับลูกค้าชาวไทย ผมเชื่อมั่นว่าบริการนี้จะมีผลตอบรับไปในทิศทางที่ดีอย่างแน่นอน โดยส่วนตัวแล้ว ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่มีความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ดังนั้น ทุกครั้งที่มีโอกาส ผมก็จะพยายามพูดคุยกับลูกค้าเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ในที่ประชุม และทุกคนต่างก็ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ผมมองในแง่ดีว่าความแตกต่างที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ GoGreen ของ DHL จะประสบความสำเร็จในประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลก”

 

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

Forwarders
Saranya Apichaipaisan

Saranya Apichaipaisan, or View, is an up and coming writer in the logistics and shipping industry. She is punctual, has an eye for details and is very friendly to people in the industry. One of the many aspects she enjoys about writing for Airfreight Logistics is that she gets to see a lot of airplanes.

More in Forwarders

Yusen Logistics ตอบรับการเติบโตของสินค้าเวชภัณฑ์ในอาเซียน

Chatchaya JianswatvatanaAugust 11, 2017

DSV ควบรวมธุรกิจ UTi มุ่งมั่นต่อยอดความสำเร็จ ขยายเครือข่ายการปฏิบัติงาน

Chatchaya JianswatvatanaDecember 9, 2016

DHL Free Zone เพื่อการเชื่อมโยงตลาดทั่วโลก

Amolrada ThamrongvorapornSeptember 28, 2016

DHL Global Forwarding Promotes Thomas Tieber to CEO for ASEAN and South Asia

Vip KlangchaneeJanuary 1, 2016

At Yusen Logistics, CSR Comes from the Heart

Logistics ManagerDecember 25, 2015

CEVA Wins Best Seafreight Award at AFLAS Awards 2015

Vip KlangchaneeJuly 10, 2015

WICE Logistics Public Company Limited Reaches a New Milestone

Vip KlangchaneeJuly 1, 2015
LM is the leading source of logistics and cargo news within ASEAN and is regarded as one of the most authoritative sources of information. Our subscribers keep up to date with the latest logistics news, views, features and events within ASEAN and beyond.

AFL Real Logo

Airfreight Logistics is the air cargo professional’s number one provider of news and information in ASEAN and around the World. To keep abreast of all the latest news and for in-depth features visit our website www.airfreight-logistics.com

Subscribe to our newsletter!

© 2015 Logistics Manager | About Us | Advertise | Subscribe | Contact | US-Eng English Version