DSV เดินหน้าสนับสนุนการเติบโตของตลาดกัมพูชา - LM Thai | Logistics Manager
Uncategorized

DSV เดินหน้าสนับสนุนการเติบโตของตลาดกัมพูชา

DSV เดินหน้าสนับสนุนการเติบโตของตลาดกัมพูชา
Phubet Boonrasri

ประเทศกัมพูชาเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูงและแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจที่รวดเร็ว อีกทั้งยังมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ เนื่องจากมีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ผ่านเส้นทางการขนส่งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ไปยังหลากหลายประเทศ รวมไปถึงท่าเรือน้ำลึกที่สามารถเชื่อมต่อไปยังตลาดอื่นๆ ทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการด้านการส่งออกและนำเข้าสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ DSV จึงได้เดินหน้าขยายความครอบคลุม โดยการเปิด บริษัท DSV Air and Sea Cambodia เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ต้องการนำเข้าและส่งออกสินค้า รวมไปถึงบริการด้านโลจิสติกส์ภายในประเทศแบบครบวงจรอีกด้วย

LM ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณกัญญารัตน์ จุลหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท DSV Air and Sea Thailand และ DSV Air and Sea Cambodia เกี่ยวกับมุมมองและโอกาสจากการลงทุนเปิดบริษัทใหม่ รวมไปถึงศักยภาพของตลาดกัมพูชา

DSV Air & Sea Cambodia ก่อตั้งขึ้นในประเทศกัมพูชา หลังจากที่ DSV ได้เข้าควบกิจการของบริษัท UTi Worldwide โดยก่อนหน้านี้ UTi Worldwide ได้เปิดสำนักงานเพื่อให้บริการด้านโลจิสติกส์ในกัมพูชามาตั้งแต่ปี 2005 ก่อนที่ DSV จะเปิดบริษัทใหม่เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา ในนาม DSV Air & Sea Cambodia เพื่อขยายขอบข่ายการให้บริการและเพิ่มความแข็งแกร่งของเครือข่ายทั่วโลกให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

Supporting Burgeoning Markets

คุณกัญญารัตน์ จุลหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท DSV Air and Sea Thailand และ DSV Air and Sea Cambodia

เป็นที่ทราบกันดีว่ากัมพูชาเป็นที่ตั้งของฐานการผลิตและการส่งออกสินค้าประเภทสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเป็นหลัก หลายฝ่ายจึงมุ่งมั่นให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ของปริมาณสินค้าในการส่งออกที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ สายการเดินเรือและสายการบินหลายแห่งได้ขยายเส้นทางการขนส่งสินค้ากับประเทศกัมพูชาด้วยรูปแบบบริการที่หลากหลายขึ้นและมีความถี่ในการให้บริการที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง หน่วยงานภาครัฐในกัมพูชาเองก็ได้เดินหน้าพัฒนาระบบการดำเนินการพิธีการศุลกากรและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนการขยายตัวของภาคการผลิตและการส่งออกอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน

คุณกัญญารัตน์ กล่าวว่า “ในกัมพูชา โรงงานส่วนใหญ่จะเป็นผู้ผลิตสินค้าประเภทเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องแต่งกาย โดยปัจจุบันได้มีโรงงานที่รับจ้างผลิตเสื้อผ้าแบรนด์เนมหลายยี่ห้อที่เข้ามาลงทุนก่อตั้งฐานการผลิตในกัมพูชา รวมไปถึงนักลงทุนจากประเทศจีนที่เข้ามาเปิดสายการผลิตสินค้า เพื่อขยายฐานการผลิตเดิมที่มีอยู่ในประเทศจีน เนื่องจากประเทศกัมพูชายังคงมีต้นทุนค่าแรงต่ำ อีกทั้งยังมีท่าอากาศยาน  ท่าเรือแม่น้ำ (Phnom Penh Autonomous Port) ท่าเรือน้ำลึก (Sihanoukville Autonomous Port)  และเส้นทางการขนส่งทางถนนที่เชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เป็นที่สนใจของนักลงทุนจากหลากหลายประเทศ อาทิ ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เวียดนาม และประเทศอื่นๆ เข้ามาทำการผลิตสินค้าและส่งออกไปยังตลาดอื่นๆ ทั้งในยุโรป อเมริกาเหนือ และปลายทางอื่นๆ ทั่วโลก”

ด้วยศักยภาพด้านบริการและเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วโลก DSV จึงได้ก่อตั้งบริษัท DSV Air and Sea Cambodia เพื่อรองรับและสนับสนุนการเติบโตของตลาด โดยบริษัทฯ ได้ให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางอากาศ คลังสินค้า ดำเนินการพิธีการศุลกากร บริการรวบรวมสินค้าของผู้ให้บริการ (buyers consolidation) รวมไปถึงบริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน (cross-border) และบริการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบ (multimodal) ซึ่งเป็นการขนส่งสินค้าทางถนนเพื่อเชื่อมต่อไปยังโหมดการขนส่งสินค้าทางอากาศ (land-air)

Connecting to a Worldwide Network

“DSV มีทั้งความเชี่ยวชาญและประสบการณ์อันแข็งแกร่งในการให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ในตลาดเกิดใหม่ (emerging market) อีกทั้งยังมีเครือข่ายกระจายอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วโลก ลูกค้าจึงสามารถมั่นใจว่าเราสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างหลากหลาย แม้ว่าลูกค้าหลักของเราในกัมพูชาจะเป็นลูกค้าในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม แต่ในปัจจุบันสินค้าทั้งขาเข้าและขาออกในตลาดกัมพูชาเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น ยกตัวอย่าง สินค้าประเภทเครื่องสำอาง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ถึงแม้ตอนนี้จะยังมีปริมาณไม่มาก แต่ก็ทำให้เราเริ่มเห็นทิศทางการขยายตัวของตลาดในกัมพูชามากขึ้น”

นอกจากนี้ คุณกัญญารัตน์ยังได้เปิดเผยถึงแนวทางในการขยายขอบข่ายการให้บริการของ DSV Air and Sea Cambodia ที่เล็งเห็นศักยภาพของตลาดการนำเข้าในกัมพูชา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 70 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณสินค้าทั้งหมด แม้หลายคนจะทราบว่ากัมพูชาเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้า แต่แท้จริงแล้ววัตถุดิบในการผลิตส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้า ยิ่งไปกว่านั้น ในกัมพูชายังคงต้องนำเข้าสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค อุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง อีกทั้ง รูปแบบการจ่ายเงินของสินค้าขาเข้าส่วนใหญ่มักจะเป็น CIF คือ ผู้ขายสินค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าและค่าประกันความเสี่ยงจากต้นทาง เพราะฉะนั้น การใช้เครือข่ายการขายสินค้าตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่ง DSV มีจุดแข็งในจุดนี้ เนื่องจากบริษัทฯ มีเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วโลก

“สำหรับตลาดกัมพูชา ตอนนี้เราตั้งเป้าหมายที่จะขยายการเติบโตในส่วนของการนำเข้าสินค้า เพราะจากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมฯ และในตลาดกัมพูชาเอง ทำให้เราพบว่าผู้ให้บริการส่วนใหญ่ในกัมพูชาอยู่ได้ด้วยบริการสำหรับสินค้าส่งออก นั่นเป็นเพราะงานส่วนใหญ่ที่นี่มีรูปแบบการจ่ายเงินเป็น FOB คือผู้ซื้อสินค้าในต่างประเทศเป็นผู้จ่ายค่าจัดส่งสินค้า ซึ่งเรามองว่าจุดนี้มีความเสี่ยง เพราะถ้าลูกค้าในต่างประเทศไม่ใช้บริการ ก็จะทำให้เราสูญเสียโอกาสทางการตลาด เราจึงมองหาตลาดเป้าหมายที่เราเห็นว่ามีศักยภาพ นั่นคือตลาดการนำเข้า เพราะสินค้าในกัมพูชาล้วนพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก นับตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ อย่าง อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ที่จำเป็นต้องมีการนำเข้าใยผ้าและวัสดุสำหรับตกแต่งเสื้อผ้าต่างๆ” คุณกัญญารัตน์ กล่าว

Growth Plans

ปัจจุบัน ในกัมพูชาผู้ให้บริการคลังสินค้าหลายรายได้มีการขยายการลงทุนมากขึ้น โดยมีการนำระบบการจัดการที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น C-TPAT, ISO ฯลฯ มาใช้ และได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อยกระดับการให้บริการของบริษัท  อาทิ การติดตั้งกล้องวงจรปิด และระบบควบคุมการเปิด-ปิดประตูคลังสินค้า เนื่องจากเจ้าของสินค้าส่วนใหญ่ในตลาดส่งออกของกัมพูชามักจะเป็นสินค้าแบรนด์เนม ดังนั้น ลูกค้าจึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหลัก ด้วยความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี DSV จึงเลือกใช้บริการจากพันธมิตรที่มีความน่าเชื่อถือ และพร้อมที่จะลงทุนเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทฯ ได้ อีกทั้ง ยังต้องมีประสบการณ์และการการันตีความปลอดภัยของสินค้าด้วย นอกจากนี้ DSV ยังเลือกใช้ผู้ให้บริการรถบรรทุกและรถหัวลากซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายเดียวกันกับคลังสินค้า เพื่อที่จะสามารถควบคุมคุณภาพและลดขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายงาน ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงที่สินค้าของลูกค้าจะเกิดความเสียหายหรือสูญหายลงไปได้มาก

“ลูกค้าที่เป็นผู้ผลิตสินค้าแบรนด์เนมจะมีความละเอียดในการจัดการสินค้าค่อนข้างมาก สินค้าแต่ละชิ้นจำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบป้ายตราสินค้าและคุณภาพสินค้าอย่างละเอียด เพราะฉะนั้น DSV ในฐานะผู้ให้บริการ เราก็จะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการจัดการสินค้าให้แก่ลูกค้าเป็นอย่างดี เพื่อให้การปฏิบัติการในทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ของลูกค้าทุกประการ ซึ่งช่วยให้การทำงานของเราง่ายและราบรื่นขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้บริการจากซัพพลายเออร์ที่พร้อมจะลงทุนพัฒนาคลังสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการและสนับสนุนการทำงานของเรา” คุณกัญญารัตน์ กล่าว

Investing in Local Expertise

แม้ขอบข่ายบริการโลจิสติกส์ในกัมพูชาจะยังไม่ขยายตัวมากเท่าที่ควรหรือมีความซับซ้อนเท่ากับการให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศไทย แต่ปัจจุบัน บริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับโลกหลายรายก็ได้เริ่มเข้าไปลงทุนในกัมพูชามากขึ้น และดูเหมือนแต่ละบริษัทยังคงพุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มธุรกิจส่งออกสินค้าประเภทเดียวกัน  ขณะที่ DSV กลับมองในมุมต่าง โดยบริษัทฯ ต้องการที่จะขยายขอบข่ายการให้บริการไปยังตลาดการนำเข้า รวมถึงการให้บริการโซลูชั่นการจัดการคลังสินค้า โซลูชั่นโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นบริการที่มากกว่าการให้บริการคลังสินค้าโดยทั่วไป เนื่องจากบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายที่จะนำเทคโนโลยีอันทันสมัย นวัตกรรมใหม่ๆ รวมไปถึงการนำองค์ความรู้ (know-how) เข้าไปให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่เป็นบริษัทข้ามชาติ หรือลูกค้าซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่จากประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการการทำงานที่มีแบบแผนแน่นอน มีการจัดการขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน และสามารถวัดผลได้

ดังนั้น DSV จึงเร่งสร้างและพัฒนาทีมงานในกัมพูชาให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนบุคลากรจากกัมพูชาเพื่อมาดูงานในประเทศไทย และส่งผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทยเข้าไปให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับทีมงานของ DSV Air and Sea Cambodia เพื่อที่พนักงานทุกคนจะสามารถให้บริการและต่อยอดการเติบโตของบริษัทฯ ได้ในตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูงอย่างประเทศกัมพูชาได้อย่างมีประสิทธิภาพ


 

LM มี LINE ด้วยนะ! กด Add เลย เพื่อรับข่าวสารด่วนๆ ด้านโลจิสติกส์ หรือติดตามข่าวสารโลจิสติกส์ ได้ที่ @logisticsmanager (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะ)

เพิ่มเพื่อน

More in Uncategorized

DHL eCommerce จับมือซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์ เปิดจุดบริการ DHL ServicePoint รับส่งพัสดุด่วนในประเทศ

Phubet BoonrasriApril 2, 2018

CTI พร้อมให้บริการ ‘CTI Cold Chain’ คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิแห่งใหม่ ใจกลางกรุงเทพฯ

Juthamart NawwaradMarch 26, 2018

Kuehne + Nagel เปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ

ThanathasMarch 19, 2018

Anticipatory Logistics การคาดการณ์กิจกรรมโลจิสติกส์ในอนาคต

Logistics ManagerMarch 13, 2018

มุมมองของ TIFFA ต่อทิศทางของตลาดและอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในปี 2018

Chatchaya JianswatvatanaFebruary 9, 2018

สองผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ ผสานจุดแข็งร่วมก่อตั้ง Amata Interfreight

Panthita PhensawangJanuary 29, 2018

ความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจเรือขนส่งสินค้ายานยนต์ (Ro-Ro)

Logistics ManagerNovember 23, 2017

Profreight นำผู้บริหารรุ่นใหม่ ร่วมพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ

Panthita PhensawangNovember 9, 2017

การปรับตัวของผู้ให้บริการ fulfillment เพื่อตอบรับการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce

Chatchaya JianswatvatanaNovember 6, 2017
LM is the leading source of logistics and cargo news within ASEAN and is regarded as one of the most authoritative sources of information. Our subscribers keep up to date with the latest logistics news, views, features and events within ASEAN and beyond.

AFL Real Logo

Airfreight Logistics is the air cargo professional’s number one provider of news and information in ASEAN and around the World. To keep abreast of all the latest news and for in-depth features visit our website www.airfreight-logistics.com

Subscribe to our newsletter!

© 2015 Logistics Manager | About Us | Advertise | Subscribe | Contact | US-Eng English Version