บทสัมภาษณ์

Hutchison Ports Thailand เปิดท่าเทียบเรือ ชุด D ท่าเทียบเรือที่ทันสมัยที่สุดในไทยอย่างเป็นทางการ

Hutchison Ports Thailand เปิดท่าเทียบเรือ ชุด D ท่าเทียบเรือที่ทันสมัยที่สุดในไทยอย่างเป็นทางการ
Panthita Phensawang

บริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย (HPT) ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และทันสมัยที่สุดในท่าเรือแหลมฉบัง เฉลิมฉลองการเปิดให้บริการท่าเทียบเรือ ชุด D ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาที่มีการวางแผนและเตรียมการมาอย่างยาวนาน เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ ผ่านมา โดยถือเป็นอีกก้าวย่างสำคัญของบริษัทฯ อีกทั้งยังเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์ที่อุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางเรือของไทยและทั่วโลกต้องจารึกไว้ เนื่องจากท่าเทียบเรือ ชุด D แห่งนี้ ถือเป็นท่าเทียบเรือตู้สินค้าแห่งแรกของโลก ที่ปฏิบัติการด้วยปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าควบคุมการปฏิบัติงานจากระยะไกล (RCQC) และปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยางควบคุมการปฏิบัติงานจากระยะไกล (RCeRTGC)

พิธีเปิดตัวท่าเทียบเรือฯ เมื่อวันที่ 30 มกราคม ถือเป็นการเริ่มต้นการปฏิบัติการในเฟสแรกของท่าเทียบเรือ ชุด D ที่มีความยาวหน้าท่าถึง 400 เมตร  อย่างเป็นทางการ โดยในปัจจุบันปฏิบัติการด้วยปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่า จำนวนสามตัว และปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยาง จำนวน 10 ตัว ซึ่งทั้งหมดปฏิบัติการด้วยเทคโนโลยีควบคุมระยะไกล โดยการเปิดดำเนินการในเฟสแรกนี้ เผยให้เห็นถึงภาพในอนาคตเมื่อท่าเทียบเรือ ชุด D ทั้งโครงการสามารถปฏิบัติการได้โดยสมบูรณ์

Mr. Stephen Ashworth กรรมการผู้จัดการ Hutchison Ports ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ภายในสิ้นปีนี้ ท่าเทียบเรือเฟสแรกของเราจะสามารถปฏิบัติการได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยจะมีพื้นที่ปฏิบัติการหน้าท่าความยาว 1,000 เมตร ปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่า 6 ตัว และปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยาง 20 ตัว ทั้งหมดปฏิบัติการโดยใช้เทคโนโลยีควบคุมจากระยะไกลทั้งหมด”

เมื่อการพัฒนาแล้วเสร็จโดยสมบูรณ์ ท่าเทียบเรือ ชุด D จะมีพื้นที่ปฏิบัติการหน้าท่าความยาว 1,700 เมตร ประกอบด้วย ปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่า จำนวน 17 ตัว และปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยาง จำนวน 43 ตัว ซึ่งปฏิบัติการด้วยเทคโนโลยีควบคุมจากระยะไกลทั้งหมด เพื่อรองรับเรือขนส่งตู้สินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน

The Push for Innovation

Mr. Stephen Ashworth กรรมการผู้จัดการ Hutchison Ports ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากการสนทนากับ Mr. Ashworth ทำให้เราได้ทราบว่า Hutchison Ports มีแผนที่จะพัฒนาท่าเทียบเรือ ชุด D ขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดตั้งแต่ต้น ซึ่ง Mr. Ashworth เปิดเผยว่ามีปัจจัยสำคัญสามประการที่ใช้ในการตัดสินใจครั้งนี้ นั่นก็คือ การยกระดับความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ

ในประเด็นแรกนั้น เนื่องจากนโยบายของ Hutchison Ports ทั่วโลกมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำ ของอุตสาหกรรมฯ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของบุคลากร รวมทั้งสินค้าที่ลูกค้าไว้วางใจมอบให้บริษัทฯ ดูแลอย่างจริงจัง ซึ่ง Mr. Ashworth ระบุว่า ในอดีตนั้นอัตราการเกิดอุบัติเหตุภายในท่าเทียบเรือตามมาตรฐานของ

บริษัทฯ ในแหลมฉบังนั้นสูงกว่าอัตราที่กำหนด ซึ่งก็เป็นธรรมชาติของการปฏิบัติการโดยบุคลากร รวมทั้งประเด็นด้านความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการยกขนตู้สินค้า “ปั้นจั่นยกตู้สินค้าที่ใช้ปฏิบัติการในท่าเทียบเรือ ชุด D ทุกตัว มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถป้องกันการชนกันได้ โดยอาศัยเซ็นเซอร์และเทคโนโลยี CCTV นั่นก็คือการที่เรานำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับปั้นจั่นยกตู้สินค้า”

ในด้านสิ่งแวดล้อม ปั้นจั่นยกตู้สินค้าที่ปฏิบัติการด้วยเทคโนโลยีควบคุมจากระยะไกล จะมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าปั้นจั่นยกตู้สินค้าแบบมาตรฐาน ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา Hutchison Ports ได้พยายามอย่างมาก ในการยกระดับความมีประสิทธิภาพด้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (environmental footprint) ของบริษัทฯ โดยการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน และในท้ายที่สุดแล้ว การนำปั้นจั่นยกตู้สินค้าที่ปฏิบัติการด้วยเทคโนโลยีควบคุมจากระยะไกล มาใช้ปฏิบัติการในท่าเทียบเรือ ชุด D จะช่วยลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนและระดับมลภาวะทางเสียงได้อย่างมีนัยยะสำคัญ

ในเชิงการปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานและการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานนั้น ระบบอัตโนมัติได้รับการพิจารณาว่ามีประสิทธิภาพเหนือกว่าการปฏิบัติการโดยบุคลากร ยกตัวอย่างเช่น ปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าควบคุมการปฏิบัติงานจากระยะไกล สามารถยกขนตู้สินค้าได้ถึง 30 ครั้งต่อชั่วโมง ซึ่งเหนือกว่าการปฏิบัติการโดยปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าแบบมาตรฐานที่บังคับโดยพนักงานผู้ปฏิบัติการถึง 20 เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ ด้วยเหตุนี้การตัดสินใจเลือกใช้ปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าปฏิบัติงานด้วยเทคโนโลยีควบคุมจากระยะไกล ในท่าเทียบเรือ ชุด D จึงเป็นเรื่องที่มีความสมเหตุสมผลอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ในการออกแบบและปฏิบัติการในท่าเทียบเรือ ชุด D ภายใต้ระบบอัตโนมัตินั้น ไม่ได้รวมถึงประเด็นเรื่องการลดต้นทุนในการปฏิบัติการ ในทางตรงกันข้าม Mr. Ashworth เปิดเผยว่าการปฏิบัติการท่าเทียบเรือแบบกึ่งอัตโนมัติในประเทศไทยนั้นมีต้นทุนต่อชั่วโมงการปฏิบัติงานที่สูงกว่าการปฏิบัติการโดยบุคลากร “ในเรื่องนี้นั้น การลดต้นทุนการปฏิบัติการ ไม่ใช่ประเด็นที่เรานำมาร่วมพิจารณา เนื่องจาก HPT เล็งเห็นถึงผลประโยชน์ด้านอื่นในการใช้ประโยชน์จากปั้นจั่นยกตู้สินค้าที่ปฏิบัติการด้วยระบบควบคุมจากระยะไกล ซึ่งเราได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าเหนือกว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการนำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาใช้งาน”

Mr. Ashworth อธิบายเหตุผลสำคัญที่ HPT เลือกพัฒนาท่าเทียบเรือ ชุด D ให้เป็นท่าเทียบเรือที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม ก็เนื่องมาจากการที่สามารถออกแบบวางแผนได้ตั้งแต่เริ่มต้นโดยไม่มีข้อจำกัด โดยเน้นไปที่การตอบสนองความต้องการด้านธุรกิจของสายการเดินเรือ Mr. Ashworth ยังย้ำอีกว่า แนวโน้มในปัจจุบันนั้นประเทศไทยจะต้องรองรับเรือขนส่งสินค้าที่มีขนาดระวางใหญ่ขึ้น ดังนั้น การจัดเตรียมปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าที่มีศักยภาพอย่างเหมาะสมจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ในกรณีนี้การเลือกปรับปรุงท่าเทียบเรือมาตรฐานที่มีการปฏิบัติการอยู่แล้วจะเป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนและท้าทายมากกว่า และนี่ก็เป็นคำตอบและคำอธิบายไปในตัวว่า HPT ไม่มีแผนที่จะปรับปรุงท่าเทียบเรือ A2, A3 และท่าเทียบเรือ C1C2 ของบริษัทฯ ในท่าเรือแหลมฉบังให้เป็นเหมือนกับท่าเทียบเรือ ชุด D โดยท่าเทียบเรืออื่นๆ ดังกล่าว จะยังคงปฏิบัติการในแบบเดิมตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมฯ ต่อไป เพื่อให้บริการแก่เรือขนส่งตู้สินค้าที่มีขนาดเหมาะสมกับศักยภาพในการปฏิบัติการของท่าเทียบเรือแต่ละแห่ง

Future Focused Investment

ท่าเทียบเรือ ชุด D ถือเป็นตัวแทนสำหรับนวัตกรรมใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย หรือถ้าจะกล่าวว่านวัตกรรมใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกนี้ก็ยังไม่เป็นการกล่าวที่เกินความจริง โดย Mr. Ashworth กล่าวย้ำถึงวิสัยทัศน์ของ Hutchison Ports ในการผลักดันเพื่อนำเอานวัตกรรมแห่งอนาคตมาใช้ประโยชน์ในครั้งนี้ว่า “การดำเนินการครั้งนี้ ถือเป็นการลงทุนเพื่อปูรากฐานสำหรับการปฏิบัติการในระยะยาวของท่าเทียบเรือ ชุด D ถึงแม้ว่าบทวิเคราะห์จำนวนมากจะคาดการณ์ถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังชะลอตัว หากแต่เรากำลังมองข้ามสภาวการณ์เฉพาะหน้านี้ไปสู่อนาคตในระยะยาว ซึ่งพวกเราก็มีความภาคภูมิใจกับการตัดสินใจของเราในครั้งนี้”

ความภาคภูมิใจของ Hutchison Ports ในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากอุตสาหกรรม โดยนอกจากที่จะเป็นท่าเทียบเรือที่ปฏิบัติการด้วยระบบควบคุมระยะไกลโดยสมบูรณ์แห่งแรกของโลกแล้ว ยังเป็นการสะท้อนถึงการลงทุนเพื่อตอบสนองความต้องการของพันธมิตรสายการเดินเรือ ด้วยการมอบบริการที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีในอุตสาหกรรมฯ

โดย Mr. Ashworth กล่าวว่า “ปั้นจั่นยกตู้สินค้าของเราสามารถรองรับเรือขนส่งสินค้ารุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่มีข้อสงสัย ซึ่งสามารถปฏิบัติงานยกขนตู้สินค้ากับเรือขนส่งตู้สินค้าบนระวางได้กว้างถึง 24 แถว ซึ่งเป็นระยะที่กว้างที่สุดในปัจจุบัน เราจึงสามารถยกขนตู้สินค้าที่วางกองอยู่ ด้านไกลสุดของเรือขนส่งตู้สินค้าได้ และจากแนวโน้มในปัจจุบัน ผมก็ไม่คิดว่าสายการเดินเรือจะนำชั้นเรือที่มีขนาดระวางมากกว่า 14,000 ทีอียู มาเข้าเทียบท่าที่ท่าเทียบเรือ ชุด D ซึ่งก็หมายความว่าท่าเทียบเรือแห่งนี้จะสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าสายการเดินเรือได้อีกยาวนาน”

ปัจจัยสำคัญอีกประการที่ถูกนำมาร่วมพิจารณา ในการผลักดันนวัตกรรมครั้งนี้ก็คือ ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของพนักงาน ซึ่งก็หมายถึงเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติการปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าควบคุมการปฏิบัติงานจากระยะไกล และปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยางควบคุมการปฏิบัติงานจากระยะไกล โดย Mr. Ashworth กล่าวว่า “เรื่องนี้ผมต้องบอกว่าคนที่มีความสุขและพึงพอใจมากที่สุดก็คือ พนักงานผู้ปฏิบัติการ ภายในศูนย์ควบคุมกลางของเราที่ตั้งอยู่เหนือประตูเข้าออกของท่าเทียบเรือ ชุด D นั้น มีบรรยากาศเหมือนสำนักงานทั่วไป ซึ่งมีความสะดวกสบายและพนักงานทุกคนก็ดูมีความสุขในการทำงาน อย่างไรก็ตาม พนักงานผู้ปฏิบัติการ ของเราซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการปั้นจั่นยกตู้สินค้าแบบมาตรฐานที่ได้รับการรับรอง ต่างก็สับเปลี่ยนกันไปปฏิบัติงานในท่าเทียบเรือปกติของเราในท่าเรือแหลมฉบังด้วย ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงทัศนคติความเป็นมืออาชีพของพวกเขา”

ดังนั้น การเปิดตัวท่าเทียบเรือ ชุด D อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา จึงนับเป็นบันทึกประวัติศาสตร์อีกหน้าที่สำคัญของ บริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย, ท่าเรือ แหลมฉบัง รวมทั้งประเทศไทยด้วย ซึ่ง Mr. Ashworth ยังได้เน้นย้ำอีกครั้งว่า นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในเฟสแรกของนวัตกรรมที่ทางบริษัทฯ จะนำมาให้บริการแก่ประเทศไทยและสายการเดินเรือทั่วโลกเท่านั้น

LM มี LINE ด้วยนะ! กด Add เลย เพื่อรับข่าวสารด่วนๆ ด้านโลจิสติกส์ หรือติดตามข่าวสารโลจิสติกส์ ได้ที่ @logisticsmanager (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะ)

เพิ่มเพื่อน
บทสัมภาษณ์
Panthita Phensawang

Panthita Phensawang, or Mhew, is an experienced writer who enjoys using her words. When she isn’t glued to a computer screen, she spends time watching movies and listening to K-pop music and plans trips to exotic foreign countries. Writing for Airfreight Logistics, she gets to see what goes on behind the scenes of how her online purchases get delivered to her door.

More in บทสัมภาษณ์

Yang Ming Line (Thailand) เดินหน้าผลักดันธุรกิจผ่านการสื่อสารที่ใกล้ชิดทั้งภายในและภายนอกองค์กร

Hatsamon KittipongvorakarnMarch 18, 2019

บทสัมภาษณ์ Mr. Jeremy Nixon, CEO สายการเดินเรือ ONE ระหว่างเยือนสำนักงานประเทศไทย

Chatchaya JianswatvatanaJanuary 28, 2019

คาดการณ์การส่งออกไทยปี 2019 กับสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (TNSC)

Dusida WorrachaddejchaiJanuary 4, 2019

DHL พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์อย่างไม่หยุดยั้ง

Dusida WorrachaddejchaiDecember 13, 2018

บทสัมภาษณ์ ดร. พันเทียน สื่อทรงธรรม คนไทยที่ได้มีโอกาสปฏิบัติงานในท่าเรือ Hamburg เยอรมนี

Dusida WorrachaddejchaiDecember 6, 2018

Crown Equipment ฉลองครบรอบ 40 ปี การให้บริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Chatchaya JianswatvatanaOctober 3, 2018

ANJI-NYK Logistics ก้าวเข้าสู่ปีที่ห้าของการส่งมอบบริการโลจิสติกส์ยานยนต์คุณภาพ

Dusida WorrachaddejchaiSeptember 27, 2018

Yusen Logistics มุ่งมั่นยกระดับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย ผ่านการลงทุนก่อสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่

Phubet BoonrasriSeptember 12, 2018

KERRY-APEX ผนึกความแข็งแกร่งเพื่อนำเสนอบริการบริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจร

Hatsamon KittipongvorakarnAugust 29, 2018
LM is the leading source of logistics and cargo news within ASEAN and is regarded as one of the most authoritative sources of information. Our subscribers keep up to date with the latest logistics news, views, features and events within ASEAN and beyond.

AFL Real Logo

Airfreight Logistics is the air cargo professional’s number one provider of news and information in ASEAN and around the World. To keep abreast of all the latest news and for in-depth features visit our website www.airfreight-logistics.com

UpMedio

Subscribe to our newsletter!

© 2015 Logistics Manager | About Us | Advertise | Subscribe | Contact | US-Eng English Version