บทความเด่น

Fashion Logistics อุตสาหกรรมแฟชั่น ใครปรับตัวได้เร็วกว่า คนนั้นได้เปรียบ

Fashion Logistics อุตสาหกรรมแฟชั่น ใครปรับตัวได้เร็วกว่า คนนั้นได้เปรียบ

ในยุคแห่งข่าวสารและการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ทั้งทิศทางและกระแสความต้องการของผู้บริโภคล้วนมีการผันแปรและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ถือเป็นเหตุผลสำคัญที่กระตุ้นให้บริษัทผู้ให้บริการผู้ผลิต และอุตสาหกรรมต่างๆ ล้วนต้องปรับตัว เพื่อให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว และตรงใจลูกค้ามากที่สุด

หนึ่งในอุตสาหกรรมสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีการผันเปลี่ยนของข้อมูลและความต้องการอย่างไม่หยุดนิ่งมาโดยตลอดก็คือ อุตสาหกรรมสินค้าแฟชั่น ซึ่งจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงของคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าตามเทรนด์ของตลาดและผู้บริโภคอยู่เสมอ

หลังจากวินาทีแรกที่เสื้อผ้าคอลเล็กชั่นใหม่ได้เปิดตัวบนรันเวย์ ความต้องการด้านการสั่งซื้อและเป็นเจ้าของเสื้อผ้าเซ็ตนั้นๆ ก็จะเริ่มต้นขึ้นทันที อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาในการวางขายสินค้าย่อมขึ้นอยู่กับกระบวนการหลังบ้านของแต่ละแบรนด์ว่าพวกเขามีการเตรียมความพร้อมอย่างไร ทั้งในแง่ของการจัดหาวัตถุดิบ การผลิตสินค้า การบรรจุสินค้าในบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงขั้นตอนการขนส่งสินค้าจากโรงงานไปยังศูนย์กระจายสินค้า เพื่อจัดส่งไปยังร้านค้าทั่วโลกให้ทันความต้องการของลูกค้า ซึ่งจุดนี้จะเป็นตัวกำหนดความรวดเร็วและระยะเวลาการวางขายสินค้า นั่นหมายความว่า แบรนด์ใดสามารถบริหารจัดการขั้นตอนหลังบ้านได้ดีก็ย่อมมีข้อได้เปรียบทางการค้ามากขึ้น

โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลานับตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบคอลเล็กชั่นเสื้อผ้า การจัดหาวัตถุดิบในการผลิต ตลอดจนถึงกระบวนการผลิตและจัดส่งไปยังร้านค้าใช้เวลาโดยเฉลี่ยราวหกถึงแปดเดือน แต่สำหรับแบรนด์สัญชาติสเปนที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Zara สามารถดำเนินกระบวนการดังกล่าวให้เสร็จได้ภายในเวลาเพียงสามอาทิตย์ หลายคนจึงตั้งข้อสงสัยและอยากรู้ถึงขั้นตอนการทำงานเบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์แฟชั่นรายนี้ว่า อะไรที่ทำให้ Zara ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างรวดเร็วท่ามกลางการแข่งขันในตลาดที่ดุเดือดในปัจจุบัน ดังนั้น LM จึงอาสาพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับแนวคิดการบริหารจัดการและกุญแจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Zara

Zara ที่ Brisbane: รูปภาพจาก Inditex

Speed and Agility are Vital

Zara เป็นแบรนด์สินค้าแฟชั่นในเครือบริษัท Inditex ซึ่งเป็นบริษัทสิ่งทอรายใหญ่สัญชาติสเปน มีสินค้าในอุตสาหกรรมค้าปลีก ทั้งเสื้อผ้าและเฟอร์นิเจอร์ในเครือทั้งหมดเจ็ดแบรนด์ ได้แก่ Zara, Pull&Bear, Massimo Dutti, Bershka, Stradivarius, Zara Home และ Uterqüe โดย Inditex มีศูนย์กลางการผลิตสิ่งทอและศูนย์กลางโลจิสติกส์อยู่ในสเปน มีการบริหารจัดการโลจิสติกส์ของสินค้าในเครือ โดยทางบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วของ lead time ของสินค้าแต่ละชิ้นอย่างมาก ซึ่งนับเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ เติบโตอย่างรวดเร็วท่ามกลางตลาดแฟชั่นที่มีการแข่งขันสูงอย่างปัจจุบัน

สำหรับสินค้าในร้าน Zara ใช้เวลาเริ่มตั้งแต่ออกแบบไปจนถึงขั้นตอนการผลิตและจัดส่งถึงชั้นวางสินค้าได้ภายในสามอาทิตย์ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของลูกค้าทั่วโลกให้ได้ ซึ่งจากแนวคิดในการตอบสนองความต้องการลูกค้าอย่างรวดเร็วของ Inditex ทำให้องค์กรสามารถเติบโตและขยายสำนักงานได้มากกว่า 7,490 แห่งทั่วโลก โดยร้านค้าของ Zara ซึ่งถือเป็นแบรนด์แรกของ Inditex มีจำนวนมากถึง 2,259 แห่งทั่วโลก

จากกระบวนการคิดและการทำงานอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาในการผลิตคอลเล็กชั่นใหม่ในเวลาไม่ถึงเดือน ทำให้ Zara ผลิตเสื้อผ้าและเครื่องประดับได้รวมกันมากกว่า 12,000 แบบต่อปี มีกำลังการผลิตสูงถึง 450 ล้านชิ้นต่อปี โดยสินค้าได้รับการผลิตและจัดส่งภายใต้การทำงานของ Inditex แนวคิดการผลิตและกระจายสินค้าที่ทำให้ Inditex สามารถผลิตและจัดส่งสินค้าได้รวดเร็วจนประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ แม้ต้องประสานงานร่วมกับซัพพลายเออร์มากกว่า 1,824 ราย และโรงงานผลิตมากกว่า 7,210 แห่ง คือ การขนส่งแบบ milk-run ซึ่งเป็นแนวความคิดการดำเนินการที่ได้รับความนิยมตามแบบฉบับของ Toyota หรือที่รู้จักกันว่า Just-in-Time กระบวนการทำงานดังกล่าวทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการวัตถุดิบและขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งกระจายสินค้าไปยังร้านค้าทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว โดยระบบจะทำการประมวลผล เพื่อหาช่องทางในการขนส่งให้มีประสิทธิภาพที่สุด ขนส่งได้ตรงเวลาที่สุด และท้ายสุดคือไปถึงที่หมายให้รวดเร็วที่สุด โดยใช้เวลามากที่สุดเพียง 48 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นที่อาจใช้เวลาร่วมเดือน

รูปภาพจาก Inditex

Use Technology Wisely

ย้อนกลับมาที่คำถามที่ว่า Zara ทำอย่างไรถึงสามารถออกแบบสินค้าได้มากถึง 12,000 แบบต่อปี และประสบความสำเร็จกับยอดขายในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง จากแนวคิดที่ Zara ยึดมั่นในการวางกลยุทธ์ที่เฉียบแหลมและวางลูกค้าเป็นศูนย์กลางอันดับหนึ่ง ทำให้ Zara เลือกใช้เทคโนโลยี RFID เพื่อติดตั้งในเสื้อผ้าแต่ละชิ้น จากนั้นทำการเก็บข้อมูลผ่านระบบแท็กดังกล่าว เพื่อให้ทราบว่า สินค้าชิ้นไหนที่มียอดจำหน่ายสูงสุด สินค้าชิ้นไหนที่ใกล้จะหมด และสินค้าชิ้นไหนที่ทำยอดขายได้ไม่ตรงตามเป้าที่วางไว้ จากนั้นข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งกลับไปยังสำนักงานใหญ่ บุคลากรจะทราบทันทีว่าสินค้าชิ้นนี้ได้รับความนิยมและใกล้จำหน่ายหมด ก่อนที่ข้อมูลจะถูกส่งกลับไปยังโรงงานผลิตและซัพพลายเออร์ เพื่อแจ้งให้พวกเขาจัดหาวัตถุดิบ ดำเนินการผลิต และจัดส่งสินค้าเพื่อมาเติมสต๊อกสินค้าใหม่ได้ทันเวลา จึงกล่าวได้ว่าเทคโนโลยี RFID ช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ ภายในเครือของ Inditex สามารถเติมสต๊อกสินค้าให้เร็วขึ้นได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ เทคโนโลยี RFID ยังมีข้อได้เปรียบในแง่ของความสะดวกและความแม่นยำของการตรวจสอบจำนวนและที่อยู่ของสินค้า บุคลากรสามารถตรวจเช็คจำนวนสินค้าในสาขาที่ตนให้บริการ จำนวนสินค้าในสาขาใกล้เคียง หรือจำนวนสินค้าที่มีขายออนไลน์ได้ ซึ่งหากลูกค้าสนใจสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง สามารถสอบถามพนักงานได้ว่า มีสินค้ารุ่นนั้นๆ ในสาขาที่อยู่ใกล้กับพวกเขาหรือไม่ หรือหากไม่มีจำหน่ายในสาขานั้น พนักงานก็จะสามารถตรวจเช็คและให้คำตอบกับลูกค้าได้ทันทีว่ามีสินค้าในสาขาใกล้เคียงสาขาใดบ้าง หรือพนักงานสามารถตรวจสอบข้อมูลเพื่อการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้ จากกระบวนการตรวจสอบข้อมูลสต๊อกสินค้าที่รวดเร็วนี้ มีส่วนช่วยลดความกังวลและลดขั้นตอนการตรวจเช็คสินค้าให้กับพนักงาน ซึ่งในที่สุดจะช่วยให้พนักงานสามารถนำเวลาไปดูแลและให้บริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นได้

รูปภาพจาก Inditex

นอกจากนี้ การปรับใช้ RFID ยังมีส่วนช่วยลดจำนวนการผลิตสินค้าที่อาจทำยอดขายได้ไม่ดีเท่าที่ควร หากมีการแจ้งข้อมูลว่า สินค้ารุ่นไหนที่ทำยอดจำหน่ายได้ไม่ดีเท่าที่คาดไว้ Zara ก็จะสามารถพักหรือหยุดการผลิตได้อย่างทันท่วงที ทำให้ดีไซน์เนอร์สามารถนำเวลาไปออกแบบคอลเล็กชั่นใหม่ที่อาจตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีขึ้นมากกว่า ซึ่งผลจากการเปลี่ยนคอลเล็กชั่นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ทำให้ลูกค้าแวะเวียนเข้ามาในร้านของ Zara ถี่ขึ้น โดยสำหรับตลาดในสเปน ค่าเฉลี่ยของลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมร้านค้าปลีกทั่วไปจะอยู่ที่ 3 ครั้งต่อปี แต่สำหรับ Zara มีลูกค้าแวะเข้ามาในร้านได้ถึง 17 ครั้งต่อปี

เบื้องหลังความสำเร็จของการออกแบบคอลเล็กชั่นสินค้าได้ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด เกิดจากคำตอบแสนเรียบง่าย โดย Zara เลือกที่จะถามความต้องการของลูกค้าโดยตรง แทนที่จะคาดเดาความต้องการของลูกค้าเอง โดยปกติ ดีไซน์เนอร์จะคาดเดาและออกแบบเสื้อผ้าก่อน จากนั้นจึงดำเนินการผลิต จำหน่าย และตรวจสอบยอดจำหน่ายว่าเป็นอย่างไร แต่ Zara กลับมองในทิศทางกลับกัน เนื่องจาก Zara เลือกวิธีสอบถามลูกค้าโดยตรง โดยพวกเขาสอบถามลูกค้าเมื่อลูกค้าเข้ามาลองสินค้าว่า ถ้าเสื้อรุ่นนี้เปลี่ยนรูปแบบ จะเป็นอย่างไร หากสินค้าที่ลองเป็นเสื้อคอวี ถ้าเปลี่ยนเป็นเสื้อคอกลมจะดูดีหรือไม่ หรือหากเปลี่ยนสีแล้วจะเป็นอย่างไร จากนั้นทำการเก็บรวบรวมข้อมูลและส่งข้อมูลกลับไปยังสำนักงานใหญ่เพื่อดำเนินการผลิตต่อไป ทำให้ Zara สามารถ ลดความเสี่ยงในการผลิตสินค้าที่อาจไม่ตอบโจทย์ลูกค้าลงได้ และมีเวลาในการจำหน่ายสินค้าที่ได้รับความนิยมในตลาดแทน ขณะที่ Zara มองว่าทุกวันนี้เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การวางกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด จากนั้นจึงนำเทคโนโลยีที่เหมาะกับกลยุทธ์นั้นมาปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด

รูปภาพจาก Inditex

The Logistics and Supply Chain Behind the Success

ทั้งนี้ เบื้องหลังการขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วของ Zara คือการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบของศูนย์กลางโลจิสติกส์ของ Inditex ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์กลางโลจิสติกส์มากกว่า 10 แห่ง ศูนย์กลางโลจิสติกส์แต่ละแห่งมีการปรับใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะกับสินค้าที่พวกเขาดูแลด้วย อาทิ การเลือกใช้ระบบแสงไฟที่ประหยัดพลังงาน การติดตั้งฉนวนกันความร้อน การติดตั้งอุปกรณ์ในการควบคุมอุณหภูมิในศูนย์กลางโลจิสติกส์ การเลือกใช้จักรยานและอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีการเลือกใช้พลังงานทางเลือก ซึ่งในปี 2015 เพียงปีเดียว Inditex สามารถผลิตกำลังไฟได้ถึง 47 ล้านกิโลวัตต์

ยิ่งไปกว่านั้น ในการขนส่งสินค้า Inditex ยังเลือกใช้กล่องบรรจุสินค้าที่สามารถขนส่งซ้ำได้มากถึงห้าครั้ง จากนั้นก็ยังสามารถนำไปรีไซเคิลได้อีก โดยกล่องบรรจุภัณฑ์ได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับจำนวนสินค้าต่อกล่องและต่อรอบได้มากขึ้น มีผลให้ Inditex ลดระยะทางในการขนส่งทางบกได้ถึงสองล้านกิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นระยะทางการเดินทางรอบโลกทั้งหมด 50 รอบ

นอกจากนี้ Zara ยังวางแผนขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มขึ้นของการแข่งขันการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ที่มีเยอะขึ้น ทำให้บริษัทฯ ได้วางฐานการขายสินค้าออนไลน์เช่นกัน โดยแผน การในอนาคตจะเป็นการเปิดจำนวนร้านให้น้อยลง แต่เปิดร้านค้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นแทน

เครื่อง Automated Collection Point (ACP) ลูกค้าสามารถรับสินค้าที่สั่งซื้อออนไลน์ได้เองผ่านเครื่อง: รูปภาพจาก Inditex

เราจะเห็นได้ว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลและนำมาวิเคราะห์เพื่อต่อยอดในขั้นตอนการผลิตและการดำเนินงานสามารถเป็นปัจจัยสำคัญในความสำเร็จได้ การทำงานของ Zara ถือเป็นตัวอย่างของการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ด้วยการวางกลยุทธ์ที่ชัดเจน มีแนวทางการดำเนินงานอย่างหลักแหลม รวบรวมข้อมูลเพื่อผลิตสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด และเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างตรงจุด ทำให้บริษัทเสื้อผ้าที่แม้ไม่ใช่แบรนด์ในระดับ high-end แต่ก็สามารถทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง และนับเป็นหนึ่งในบริษัทเสื้อผ้าที่มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดสูงสุดในปัจจุบัน

Zara ที่ Mallorca: รูปภาพจาก Inditex

References

• Information Systems: A Manager’s Guide to Harnessing Technology โดย John M. Gallaugher

• เว็บไซต์ https://www.inditex.com/

• บทความ ‘The Secret Journey of a Fashion Piece — Part 3: Logistics and Supply Chain’ จาก www.businessoffashion.com/

• บทความ ‘How Zara became the world’s biggest fashion retailer’ จาก www.telegraph.co.uk

บทความเด่น
Chatchaya Jianswatvatana

Amp is an energetic writer and an adventurous traveler seeking to explore and broaden her horizons. Her travels have taken her to far flung destinations, experiencing various cultures with fresh eyes. She is a book-lover of various genres and is also a skilled photographer. She enjoys very strong black coffee.

More in บทความเด่น

BMTP ก้าวสู่อนาคตด้วยอุปกรณ์ที่ล้ำสมัย บริการที่เหนือระดับ และความสามัคคีภายในองค์กร

Rungpisit VorakamnuengJuly 12, 2019

CWT Globelink เชื่อมไทยสู่ตลาดโลก ด้วยเครือข่ายบริการขนส่งสินค้าแบบ LCL

Phubet BoonrasriMay 28, 2019

เจาะลึกเทคโนโลยีตู้สินค้าระบบอัจฉริยะ นวัตกรรมเพื่อการขนส่งสินค้าทางทะเล

Logistics ManagerMay 22, 2019

Freightplus ปักหลักธุรกิจรับจัดการขนส่งสินค้าโครงการ มุ่งเป็นผู้นำตลาดขนส่งสินค้าขนาดใหญ่

Phubet BoonrasriMay 14, 2019

วิเคราะห์อนาคตใหม่ของ freight forwarder ในยุคดิจิทัล

Panthita PhensawangMay 3, 2019

เปิดวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาโครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟสที่สาม

Panthita PhensawangApril 11, 2019

สถานการณ์ปัจจุบันของขยะอิเล็กทรอนิกส์และแนวโน้มในอนาคต

Chatchaya JianswatvatanaApril 10, 2019

ทิศทางธุรกิจและความท้าทายในการจัดการคลังสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งในประเทศไทย

Logistics ManagerApril 2, 2019

Swisslog ผู้ให้บริการโซลูชั่นระบบอัตโนมัติชั้นนำของโลก พร้อมขยายตลาดในประเทศไทย

Chatchaya JianswatvatanaApril 2, 2019
LM is the leading source of logistics and cargo news within ASEAN and is regarded as one of the most authoritative sources of information. Our subscribers keep up to date with the latest logistics news, views, features and events within ASEAN and beyond.

AFL Real Logo

Airfreight Logistics is the air cargo professional’s number one provider of news and information in ASEAN and around the World. To keep abreast of all the latest news and for in-depth features visit our website www.airfreight-logistics.com

UpMedio

Subscribe to our newsletter!

© 2015 Logistics Manager | About Us | Advertise | Subscribe | Contact | US-Eng English Version