บทสัมภาษณ์

BTL มอบบริการขนส่งตู้สินค้าโดยรถไฟ แหลมฉบัง-สปป.ลาว เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

BTL มอบบริการขนส่งตู้สินค้าโดยรถไฟ แหลมฉบัง-สปป.ลาว เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
Pichanon Paoumnuaywit

ในโลกยุคปัจจุบัน การค้าระหว่างประเทศนับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น หลายประเทศมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเศรษฐกิจเพื่อลดข้อจำกัดในการส่งออกนำเข้าสินค้า ส่งผลให้สินค้าสามารถเดินทางข้ามแดนได้สะดวกยิ่งขึ้น ภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีการรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศสมาชิกให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ด้วยเหตุนี้ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสิทธิภาพจึงเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้า และความเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเช่นกัน

ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน ในยุคที่การค้าและการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนมีขั้นตอนและกระบวนการดำเนินงานที่สลับซับซ้อนกว่าในปัจจุบันนี้อย่างมาก ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แห่งหนึ่ง เป็นผู้บุกเบิกให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน  ในช่วงเวลาที่หลายประเทศยังไม่พร้อมเปิดรับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจากภายนอก ซึ่งก็คือ Bangkok Terminal Logistics หรือ BTL ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ NGOW HOCK CO.,LTD โดย BTL เป็นผู้บุกเบิกการให้บริการขนส่งสินค้าระบบรางด้วยตู้สินค้าจากประเทศไทยไปยังมาเลเซีย นอกจากนี้ BTL ยังได้ขยายการให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนและขนส่งสินค้าผ่านแดน (In-transit Cargo Transport Services) ในปี 1992 โดยเป็นผู้ให้บริการหนึ่งในห้ารายแรกในประเทศไทย ที่ให้บริการไปยังเมืองสำคัญต่างๆ ใน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) เมียนมา และกัมพูชาอีกด้วย

 

ล่าสุด BTL เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายแรกในประเทศไทย ที่ได้รับอนุญาตปฏิบัติการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนด้วยรถไฟไปยัง สปป. ลาว อย่างเป็นทางการ โดยนิตยสาร LM มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณไพฑูรย์ เวชชพิพัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโส บริษัท Bangkok Terminal Logistics เกี่ยวกับความสำคัญของการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนในครั้งนี้

คุณไพฑูรย์ เวชชพิพัฒน์

Direct Train to Laos

เป็นเวลากว่า 27 ปีแล้วที่ BTL ให้บริการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยัง สปป. ลาว ด้วยรถบรรทุก แต่ด้วยปริมาณของสินค้าที่เพิ่มขึ้นทุกวันอย่างต่อเนื่อง และการจราจรที่ทวีความแออัดมากขึ้น ทำให้ BTL เริ่มมองหาวิธีการใหม่ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน จนกระทั่งในปี 2009 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เปิดบริการเดินขบวนรถไฟขนส่งผู้โดยสารเส้นทางหนองคาย-ท่านางแล้ง (สปป.ลาว) เป็นครั้งแรก หลังจากนั้นอีก 4 ปี BTL ก็ร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟจากท่าเรือกรุงเทพ (ท่าเรือคลองเตย) ไปยังจังหวัดหนองคาย แต่เนื่องจากระบบรองรับตู้สินค้าที่สถานีปลายทางยังไม่แล้วเสร็จ BTL จึงวิ่งรถบรรทุกเพื่อขนส่งสินค้าต่อไปยังปลายทางในประเทศลาว

อย่างไรก็ตาม BTL ก็ยังคงมุ่งเน้นพัฒนาบริการให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยคุณไพฑูรย์กล่าวว่า “เรามองว่าบริการดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งบริการที่สมบูรณ์ในทัศนะของเราคือ การที่เราสามารถให้บริการขนส่งตู้สินค้าจากทางเรือไปยังปลายทางด้วยรถไฟได้อย่างสมบูรณ์ จนกระทั่งเมื่อลานวางตู้สินค้าที่สถานีปลายทางท่านาแล้งพร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงเชิญเราในฐานะบริษัทที่มีประสบการณ์ในการขนส่งสินค้าระบบรางมายาวนานกว่า 30 ปี มาเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางรถไฟเที่ยวประวัติศาสตร์เที่ยวแรกนี้ โดยขบวนรถไฟได้เดินทางออกจากท่าเรือแหลมฉบังในวันที่ 30 กรกฎาคม และไปถึงปลายทางสถานีท่านาแล้งใน สปป.ลาว ในวันที่ 1 สิงหาคม โดยมีตู้สินค้าจำนวน 40 ทีอียูร่วมเดินทางไปด้วย

Train Service and Cost Saving

บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนด้วยรถไฟไปยัง สปป. ลาว คือทางเลือกใหม่ที่มอบประโยชน์และข้อได้เปรียบที่บริการขนส่งรูปแบบอื่นไม่สามารถทำได้ โดยคุณไพฑูรย์กล่าวว่า “ปกติแล้วบริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนจากประเทศไทยต้องใช้รถบรรทุกในการให้บริการ ซึ่งแม้ว่าการขนส่งด้วยรถบรรทุกจะมีความรวดเร็ว แต่สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง กล่าวคือหากลูกค้าต้องการส่งตู้สินค้า 40 ตู้ไปยัง สปป.ลาว ลูกค้าจะต้องใช้รถบรรทุกจำนวน 40 คัน พร้อมคนขับอีก 40 คน เพื่อนำส่งสินค้าไปส่งยังปลายทาง ทั้งยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุบนท้องถนน  รวมถึงประเด็นเรื่องของมลภาวะที่ปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์ของรถบรรทุก 40 คันระหว่างการขนส่ง ในขณะที่รถไฟหนึ่งขบวนสามารถขนส่งตู้สินค้าได้ประมาณ 40-60 ตู้ นั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายที่ลดลง รวมทั้งยังช่วยลดมลภาวะที่เกิดจากการขนส่งลงได้อีกด้วย ทั้งนี้ คุณประโยชน์ที่มากมายดังกล่าว ก็ต้องแลกมาด้วยระยะเวลาการขนส่งที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การรถไฟแห่งประเทศไทยมีแผนการขยายรางรถไฟจากระบบทางเดี่ยวให้กลายเป็นระบบทางคู่ในอนาคต นั่นหมายถึงระยะเวลาขนส่ง (Transit Time) ที่จะลดลงได้สูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อถึงตอนนั้น การขนส่งสินค้าทางรถไฟในประเทศไทยก็จะมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับในประเทศชั้นนำของโลก และจะกลายเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของไทยรวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ”

“นอกจากนี้รัฐบาลไทย สปป.ลาว และสาธารณะรัฐประชาชนจีนยังได้ร่วมลงนามข้อตกลงในการสร้างสะพานแห่งใหม่ที่จะเชื่อมต่อไทยและสปป.ลาวเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ One Belt, One Road เพื่อพัฒนาเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ขึ้นมา โดยสะพานแห่งใหม่นี้จะมีรางรถไฟขนาด 1.00 เมตร ซึ่งเป็นขนาดรางที่ใช้ในประเทศไทยจำนวน 2 ราง และมีรางขนาด 1.435 เมตร จำนวน 2 ราง ซึ่งเป็นรางของรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีนและจังหวัดหนองคาย นั่นหมายความว่าเมื่อทางรถไฟดังกล่าวแล้วเสร็จ ภูมิภาคอินโดจีนและประเทศจีนก็จะเชื่อมโยงถึงกันได้โดยตรงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์”

Expanding Service

แม้จะมีบริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนทางรถไฟแล้ว แต่ทาง BTL ก็ยังคงให้บริการขนส่งข้ามพรมแดนด้วยรถบรรทุกเช่นเดิม เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายในการให้บริการแก่ลูกค้า และนอกจากบริการขนส่งสินค้าด้วยรถไฟไปยังสปป.ลาวแล้ว BTL ยังเผยอีกว่า BTL มีแผนขยายบริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนด้วยรถไฟไปยังประเทศกัมพูชาด้วย จากการที่ทางรถไฟสายอรัญประเทศ–ปอยเปตได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการยกเลิกการเดินรถไปตั้งแต่ปี 2517 จากเหตุความไม่สงบภายในของกัมพูชา

บริการใหม่เหล่านี้ล้วนเป็นความพยามยามในการตอบสนองความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ ที่ต้องการทางเลือกที่หลากหลายในการขนส่งสินค้า และด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ระบบราง วันนี้ BTL พร้อมแล้วที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการขนส่งสินค้าทางรถไฟในลุ่มน้ำโขงได้อย่างเต็มภาคภูมิ


ขอเชิญร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลจาก BTL เป็น บัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 500 บาทจำนวนทั้งสิ้น 5 รางวัล

ท่านสามารถร่วมสนุกได้ภายในวันที่ 1 กันยายน 2019 และตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีได้ในนิตยสาร LM ฉบับที่ 524 ประจำวันที่ 15 กันยายน 2019 หรือในเฟซบุคเพจfacebook.com/ThaiLogisticsManager

ติดตามข่าวสาร บทความ และอินโฟกราฟิกที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ทาง Facebook ของเราได้ที่

More in บทสัมภาษณ์

MSC เติบโตอย่างมั่นคง ด้วยแรงขับเคลื่อนจากบุคลากรที่มีคุณภาพ

Pichanon PaoumnuaywitSeptember 16, 2019

Autopilot Forklifts เทคโนโลยี AI ในการจัดการคลังสินค้ายุคใหม่

Satida TinarakSeptember 11, 2019

สู่ความสำเร็จทศวรรษที่ห้าในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร Yusen Logistics Thailand

Satida TinarakAugust 29, 2019

DB Schenker เตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้งในตลาดโลจิสติกส์

Pichanon PaoumnuaywitJuly 26, 2019

IAPH พลิกโฉมองค์กรเพื่อรักษาบทบาทในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์

Pichanon PaoumnuaywitJuly 26, 2019

DHL สร้างสรรค์ประสบการณ์โลจิสติกส์ที่ใช้งานง่ายผ่านระบบออนไลน์ ‘myDHLi Quote & Book’

Logistics ManagerJuly 1, 2019

ปรับกลยุทธ์การให้บริการด้านโลจิสติกส์สำหรับสินค้าประเภทอะไหล่และชิ้นส่วนประกอบรถยนต์

Panthita PhensawangJune 28, 2019

JWD ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ สู่ผู้นำด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนระดับอาเซียน

Panthita PhensawangApril 26, 2019

Hutchison Ports Thailand เปิดท่าเทียบเรือ ชุด D ท่าเทียบเรือที่ทันสมัยที่สุดในไทยอย่างเป็นทางการ

Panthita PhensawangApril 1, 2019
LM is the leading source of logistics and cargo news within ASEAN and is regarded as one of the most authoritative sources of information. Our subscribers keep up to date with the latest logistics news, views, features and events within ASEAN and beyond.

AFL Real Logo

Airfreight Logistics is the air cargo professional’s number one provider of news and information in ASEAN and around the World. To keep abreast of all the latest news and for in-depth features visit our website www.airfreight-logistics.com

UpMedio

Subscribe to our newsletter!

© 2015 Logistics Manager | About Us | Advertise | Subscribe | Contact | US-Eng English Version